ไม้ดอก ไม้ประดับ

ไม้ดอกที่เป็นไม้ล้มลุก

 

หมายถึง ไม้ดอกประเภทที่มีวงจรชีวิตสั้น ส่วนใหญ่เมื่อเกิดมาแล้วจะเจริญเติบโตให้ดอกจนครบวงจรชีวิต แล้วตายภายในฤดูเดียวหรือปีเดียว จัดเป็นไม้ดอกฤดูเดียว เป็นไม้ดอกที่นิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับมากที่สุด เพราะปลูกและตกแต่งได้ง่าย มีการเจริญเติบโตเร็ว นอกจากไม้ดอกล้มลุกที่มีอายุปีเดียวแล้ว มีไม้ดอกล้มลุกบางชนิดที่มีอายุมากกว่า ๑ ปี ซึ่งจัดเป็นไม้ดอกล้มลุกสองฤดู หรือไม้ดอกล้มลุกหลายฤดู

 

กล้วยบัว

 

กล้วยบัว

 

กล้วยบัว ปลีออกที่ปลายยอด ก้านช่อดอกตั้งขึ้น มีใบประดับรูปไข่สีส้มแดงหุ้มช่อดอกไว้ ลักษณะคล้ายกลีบดอกบัวเมื่อบานจะแผ่กางแล้วม้วนลง
เป็นไม้ล้มลุก มีเหง้าใต้ดินสั้น ๆ ลำต้นแตกเป็นกอ ลำต้นเทียม ประกอบด้วยกาบใบสูง 1.5-3 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 10 – 15 ซม. ลักษณะการแตกหน่อจะชิดต้นแม่หากอยู่กลางแจ้งต้นจะเตี้ย หากอยู่ในที่รำไรลำต้นจะสูง ใบเดี่ยว รูปขอบขนาน ปลายแหลม แผ่นใบตั้ง สีเขียวเข้ม ด้านล่างใบมีนวล ก้านใบสีเขียวอ่อน ดอกออกเป็นช่อที่ปลายยอด เรียกว่า ปลี สีชมพูอมม่วง มีใบประดับขนาดใหญ่รูปไข่ เมื่อดอกบานจะแผ่กางแล้วม้วนลง ผลมีรูปรีแกมขอบขนาน ผลสุกมีสีเหลือง แต่ละหวีมี 1 แถว เรียงไม่เป็นระเบียบบ

 

 

กล้วยพัด

กล้วยพัด

กล้วยพัด กล้วยพัดมีความโดดเด่นที่ใบเรียงตั้งขึ้นคล้ายพัดจีน เป็นพืชพื้นเมืองของเกาะมาดากัสการ์ในมหาสมุทรอินเดีย
กล้วยพัดมีความโดดเด่นที่ใบเรียงตั้งขึ้นคล้ายพัดจีน เป็นพืชพื้นเมืองของเกาะมาดากัสการ์ ในมหาสมุทรอินเดีย ส่วนในประเทศไทยนั้นมีตั้งแต่สมัยใดไม่ปรากฏหลักฐาน ปัจจุบันมีการปลูกกล้วยพัดในสถานที่ต่างๆ มากมาย เพราะมีลักษณะลำต้นไม่ใหญ่เกินไป รูปทรงสวยงาม ดูแลง่าย และไม่ทิ้งกิ่งก้านหรือใบให้เกะกะ
กล้วยพัดเป็นพืชมีเหง้า มีก้านใบยาว ใบสีเข้ม ยื่นดิ่งขึ้นจากโคนต้น ยาวเต็มที่ราว 3 เมตร และกว้างราว 25-50 เซนติเมตร มีเหง้าฝังอยู่ใต้ดิน เมื่อโตขึ้นจึงโผล่พ้นดิน แผ่ใบเป็นสมมาตร รวมความสูงทั้งหมดเต็มที่ 9-18 เมตรเลยทีเดียว ส่วนขนาดลำต้นนั้นมีเส้นผ่าศูนย์กลางราว 30 เซนติเมตร ตรงโคนใบมีลักษณะโค้งอุ้มน้ำได้มากถึง 1 ลิตร ด้วยเหตุนี้จึงมีชื่อว่า traveller’s tree หรือ traveller’s palm เพราะนักเดินทางสามารถดื่มน้ำจากหลายๆ ส่วนของพืชชนิดนี้ ทั้งที่ซอกโคนใบ และช่อดอกของกล้วยพัด ได้อย่างดี
ดอกของกล้วยพัดมีสีขาวขุ่น ขนาดเล็ก กระจุกเป็นช่อ มีช่อดอกยาวถึง 30 เซนติเมตร ออกดอกได้ตลอดปี และมีผลสีน้ำตาล ภายในมีเมล็ดสีฟ้า

กล้วยร้อยหวี

กล้วยร้อยหวี

กล้วยร้อยหวี ออกดอกที่ปลายลำต้นเป็นปลีมีงวงยาวเป็นพิเศษเรียงลงมากว่า 1 เมตร
ดอกออกที่ปลายต้น ซึ่งช่อดอกมีดอกหนาแน่นมาก ใช้เวลา 6 เดือนจึงตกเป็นปลีห้อยลงมา และทยอยออกผลเป็นหวีกล้วยขนาดเล็กราวร้อยหวี แต่ละหวีมีผลประมาณ 10-15 ผล เครือหนึ่งมีความยาวราวเมตรกว่าๆ ถึงสองเมตร มีลักษณะคล้ายงวงช้าง เมื่อรวมจำนวนกล้วยทั้งหมดในหนึ่งเครือตกราว 1,000 กว่าผล แต่หากเป็นเครือที่สมบูรณ์มากๆ ก็อาจให้ผลถึงสองร้อยหวีทีเดียว ผลของกล้วยชนิดนี้มีขนาดเล็ก เนื้อน้อย แต่มีเมล็ดมาก และจะออกผลเพียงปีละครั้งเท่านั้น เพราะระยะเวลาในการเป็นหวีกล้วยเล็กๆ จนสุดเครือ นั้นยาวนานมากราว 9-12 เดือน เมื่อออกผลแล้วก็จะตายไป แต่สามารถขยายพันธุ์ได้ด้วยหน่อ
ปัจจุบัน กล้วยร้อยหวีแทบจะไม่ค่อยมีให้เห็นกันมากนัก อาจเป็นเพราะหาหน่อพันธุ์ยากก็เป็นได้ แต่เชื่อว่าถึงอย่างไรกล้วยพันธุ์นี้ก็ยังคงมีให้ชื่นชมอยู่ในโลกนี้อย่าง แน่นอน

คล้าน้ำ

คล้าน้ำ

คล้าน้ำ ดอกมีสีม่วงอ่อน ออกเป็นช่อแบบช่อแยกแขนงจากกอ ก้านช่อดอกกลมเรียวยาว ปลายก้านแตกแขนงย่อยหลายแขนงห้อยลงพื้น
ไม้พุ่ม สูง 1-3 ม. ใบเป็นใบเดี่ยว รูปไข่แกมรี กว้าง 12-18 ซม. ยาว 18-25 ซม. โคนใบป้าน ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ หลังใบมีสีขาวนวล ก้านใบกลม ยาว 60-150 ซม. กาบใบแผ่หุ้มลำต้น ดอกสีม่วงเข้ม ออกเป็นช่อยาว 15-30 ซม. ก้านช่อดอกกลมยาว กาบรองช่อดอกลักษณะเรียวเป็นแผ่นยาว 12-15 ซม. ดอกบานเต็มที่ กว้าง 1-2 ซม. มีกาบรองดอกค่อนข้างแข็ง โค้ง งุ้มและมีนวลขาวปกคลุม กลีบดอกมี 3 กลีบ โดยมี 1 กลีบยื่นแผ่ออกมาเป็นปากล่าง ขนาดประมาณ 2 ซม. อีก 2 กลีบมีขนาดเล็ก ผลรูปกลมรี สีน้ำตาล ขนาด 0.6-1 ซม.

คุณนายตื่นสาย

คุณนายตื่นสาย

คุณนายตื่นสาย ดอกมีสีสันสวยงาม ปลูกคลุมดินประดับสวนในพื้นที่ที่ได้รับแสงแดดจัด
คุณนายตื่นสาย เป็นพืชล้มลุก อวบน้ำในวงศ์ผักเบี้ย สามารถสูงได้ถึง 40 ซม.มีประมาณ 40 สายพันธุ์ในการปลูกเลี้ยงในปัจจุบัน มีการกระจายพันธุ์ในโลกเก่าตั้งแต่แอฟริกาเหนือถึงตะวันออกกลางและอนุทวีปอินเดียถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และออสตราเลเซีย
คุณนายตื่นสายเป็นไม้คลุมดิน ลำต้นอวบน้ำสีม่วงแดง แผ่ทอดเลื้อยไปตามผิวดิน ใบเดี่ยว เรียงสลับ ใบรูปไข่กลับแกมรูปรี กว้าง 1-2 เซนติเมตร ยาว 2-3 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ แผ่นใบอวบน้ำ ผิวใบด้านบนสีเขียวอ่อนถึงเขียวเข้ม บางพันธุ์มีขอบใบขลิบสีแดง
ดอกสีขาว ชมพู แดง เหลือง ส้ม ออกเป็นดอกเดี่ยวตามซอกใบหรือปลายกิ่ง กลีบดอกชั้นเดียว บอบบาง ขอบกลีบดอกหยักเป็นคลื่น บานเมื่อได้รับแสงแดดตอนเช้า ดอกบานเต็มที่กว้าง 1-1.5 เซนติเมตร ผลแห้งแตก มีเมล็ดจำนวนมาก

ต้นกก

ต้นกก

ต้นกก มีลำต้นใต้ดิน เจริญเติบโตเป็นกอ ลำต้นเหนือดินมีลักษณะเป็นก้านแข็งกลม ดอกออกเป็นช่อกลมสีน้ำตาลแดงที่ปลายยอด
เป็นพืชล้มลุกอายุหลายฤดู มีลำต้นใต้ดิน เจริญเติบโตเป็นกอ ลำต้นเหนือดินมีลักษณะเป็นก้านแข็งกลม สูงประมาณ 1.2-2.4 เมตร ใบมีขนาดสั้นแผ่เป็นกาบหุ้มส่วนโคนของลำต้น ดอกออกเป็นช่อกลมสีน้ำตาลแดงที่ปลายยอด มีใบประดับที่ปลายลำต้นเป็นเส้นกลมเล็กยาว 12-24 ซม. ห้อยโน้มลง 50-100 เส้น
กกนั้นมีรูปร่างลักษณะและนิเวศวิทยาเหมือนหญ้ามาก มีลักษณะที่แตกต่างจากหญ้าคือ กกมักมีลำต้นตัน (solid) และเป็นสามเหลี่ยมหรือสามมุม (three-amgled) บางชนิดมีผนังกั้นแบ่งเป็นห้องๆ (septate) มีกาบใบอยู่ชิดกันมาก และที่สำคัญคือเกือบไม่มีลิ้นใบ (ligule) บางชนิดไม่มีเลย ลักษณะสำคัญอีกประการหนึ่งของกกคือ ดอกแต่ละดอกจะมี glume ห่อหุ้มหรือรองรับเพียงอันเดียว กกมีไหล (rhizome) เลื้อยไปใต้ดินและจากไหลก็จะแตกเป็นลำต้นเรียกว่า culm ที่ตัน (solid) โผล่พ้นขึ้นมาเหนือดิน และเมื่อผ่าลำต้นดูตามขวาง (cross-section) จะมีลักษณะเป็นสามเหลี่ยมหรือสามมุมดังได้กล่าวมาแล้ว ลำต้นกกจะไม่แตกกิ่งเหมือนพืชชนิดอื่น ใบของกกเหมือนกับใบของหญ้า แต่จะเรียงตัวอัดกันแน่นเป็นสามมุมหรือสามตำแหน่งรอบโคนต้นและมีกาบ (sheath) ห่อหุ้มลำต้นและไม่มีลิ้นใบ (ligule)

ตีนตุ๊กแก

ตีนตุ๊กแก

ตีนตุ๊กแก พืชใบเลี้ยงคู่ลำต้นทอดนอนไปตามพื้น ชูยอดและดอกขึ้น ออกดอกตลอดปี เป็นพืชที่ทนแล้งได้ดี
ตีนตุ๊กแก (Coatbuttons, Mexican daisy) เป็นไม้ล้มลุก ออกดอกตลอดปี พบขึ้นทั่วไปเป็นพืชที่ทนแล้งได้ดี มีลำต้นทอดนอนไปตามพื้น ชูยอดและดอกขึ้นตามต้นและใบมีขน ข้อของต้นที่แตะพื้นจะมีรากและเจริญเป็นต้นใหม่ได้

ไม้ดอกที่เป็นไม้ล้มลุก หมายถึง ไม้ดอกประเภทที่มีวงจรชีวิตสั้น ส่วนใหญ่เมื่อเกิดมาแล้วจะเจริญเติบโตให้ดอกจนครบวงจรชีวิต แล้วตายภายในฤดูเดียวหรือปีเดียว จัดเป็นไม้ดอกฤดูเดียว เป็นไม้ดอกที่นิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับมากที่สุด เพราะปลูกและตกแต่งได้ง่าย มีการเจริญเติบโตเร็ว นอกจากไม้ดอกล้มลุกที่มีอายุปีเดียวแล้ว มีไม้ดอกล้มลุกบางชนิดที่มีอายุมากกว่า ๑ ปี ซึ่งจัดเป็นไม้ดอกล้มลุกสองฤดู หรือไม้ดอกล้มลุกหลายฤดู

กล้วยบัว ปลีออกที่ปลายยอด ก้านช่อดอกตั้งขึ้น มีใบประดับรูปไข่สีส้มแดงหุ้มช่อดอกไว้ ลักษณะคล้ายกลีบดอกบัวเมื่อบานจะแผ่กางแล้วม้วนลง
เป็นไม้ล้มลุก มีเหง้าใต้ดินสั้น ๆ ลำต้นแตกเป็นกอ ลำต้นเทียม ประกอบด้วยกาบใบสูง 1.5-3 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 10 – 15 ซม. ลักษณะการแตกหน่อจะชิดต้นแม่หากอยู่กลางแจ้งต้นจะเตี้ย หากอยู่ในที่รำไรลำต้นจะสูง ใบเดี่ยว รูปขอบขนาน ปลายแหลม แผ่นใบตั้ง สีเขียวเข้ม ด้านล่างใบมีนวล ก้านใบสีเขียวอ่อน ดอกออกเป็นช่อที่ปลายยอด เรียกว่า ปลี สีชมพูอมม่วง มีใบประดับขนาดใหญ่รูปไข่ เมื่อดอกบานจะแผ่กางแล้วม้วนลง ผลมีรูปรีแกมขอบขนาน ผลสุกมีสีเหลือง แต่ละหวีมี 1 แถว เรียงไม่เป็นระเบียบ

กล้วยพัด กล้วยพัดมีความโดดเด่นที่ใบเรียงตั้งขึ้นคล้ายพัดจีน เป็นพืชพื้นเมืองของเกาะมาดากัสการ์ในมหาสมุทรอินเดีย
กล้วยพัดมีความโดดเด่นที่ใบเรียงตั้งขึ้นคล้ายพัดจีน เป็นพืชพื้นเมืองของเกาะมาดากัสการ์ ในมหาสมุทรอินเดีย ส่วนในประเทศไทยนั้นมีตั้งแต่สมัยใดไม่ปรากฏหลักฐาน ปัจจุบันมีการปลูกกล้วยพัดในสถานที่ต่างๆ มากมาย เพราะมีลักษณะลำต้นไม่ใหญ่เกินไป รูปทรงสวยงาม ดูแลง่าย และไม่ทิ้งกิ่งก้านหรือใบให้เกะกะ
กล้วยพัดเป็นพืชมีเหง้า มีก้านใบยาว ใบสีเข้ม ยื่นดิ่งขึ้นจากโคนต้น ยาวเต็มที่ราว 3 เมตร และกว้างราว 25-50 เซนติเมตร มีเหง้าฝังอยู่ใต้ดิน เมื่อโตขึ้นจึงโผล่พ้นดิน แผ่ใบเป็นสมมาตร รวมความสูงทั้งหมดเต็มที่ 9-18 เมตรเลยทีเดียว ส่วนขนาดลำต้นนั้นมีเส้นผ่าศูนย์กลางราว 30 เซนติเมตร ตรงโคนใบมีลักษณะโค้งอุ้มน้ำได้มากถึง 1 ลิตร ด้วยเหตุนี้จึงมีชื่อว่า traveller’s tree หรือ traveller’s palm เพราะนักเดินทางสามารถดื่มน้ำจากหลายๆ ส่วนของพืชชนิดนี้ ทั้งที่ซอกโคนใบ และช่อดอกของกล้วยพัด ได้อย่างดี
ดอกของกล้วยพัดมีสีขาวขุ่น ขนาดเล็ก กระจุกเป็นช่อ มีช่อดอกยาวถึง 30 เซนติเมตร ออกดอกได้ตลอดปี และมีผลสีน้ำตาล ภายในมีเมล็ดสีฟ้า

กล้วยร้อยหวี ออกดอกที่ปลายลำต้นเป็นปลีมีงวงยาวเป็นพิเศษเรียงลงมากว่า 1 เมตร
ดอกออกที่ปลายต้น ซึ่งช่อดอกมีดอกหนาแน่นมาก ใช้เวลา 6 เดือนจึงตกเป็นปลีห้อยลงมา และทยอยออกผลเป็นหวีกล้วยขนาดเล็กราวร้อยหวี แต่ละหวีมีผลประมาณ 10-15 ผล เครือหนึ่งมีความยาวราวเมตรกว่าๆ ถึงสองเมตร มีลักษณะคล้ายงวงช้าง เมื่อรวมจำนวนกล้วยทั้งหมดในหนึ่งเครือตกราว 1,000 กว่าผล แต่หากเป็นเครือที่สมบูรณ์มากๆ ก็อาจให้ผลถึงสองร้อยหวีทีเดียว ผลของกล้วยชนิดนี้มีขนาดเล็ก เนื้อน้อย แต่มีเมล็ดมาก และจะออกผลเพียงปีละครั้งเท่านั้น เพราะระยะเวลาในการเป็นหวีกล้วยเล็กๆ จนสุดเครือ นั้นยาวนานมากราว 9-12 เดือน เมื่อออกผลแล้วก็จะตายไป แต่สามารถขยายพันธุ์ได้ด้วยหน่อ
ปัจจุบัน กล้วยร้อยหวีแทบจะไม่ค่อยมีให้เห็นกันมากนัก อาจเป็นเพราะหาหน่อพันธุ์ยากก็เป็นได้ แต่เชื่อว่าถึงอย่างไรกล้วยพันธุ์นี้ก็ยังคงมีให้ชื่นชมอยู่ในโลกนี้อย่าง แน่นอน

คล้าน้ำ ดอกมีสีม่วงอ่อน ออกเป็นช่อแบบช่อแยกแขนงจากกอ ก้านช่อดอกกลมเรียวยาว ปลายก้านแตกแขนงย่อยหลายแขนงห้อยลงพื้น
ไม้พุ่ม สูง 1-3 ม. ใบเป็นใบเดี่ยว รูปไข่แกมรี กว้าง 12-18 ซม. ยาว 18-25 ซม. โคนใบป้าน ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ หลังใบมีสีขาวนวล ก้านใบกลม ยาว 60-150 ซม. กาบใบแผ่หุ้มลำต้น ดอกสีม่วงเข้ม ออกเป็นช่อยาว 15-30 ซม. ก้านช่อดอกกลมยาว กาบรองช่อดอกลักษณะเรียวเป็นแผ่นยาว 12-15 ซม. ดอกบานเต็มที่ กว้าง 1-2 ซม. มีกาบรองดอกค่อนข้างแข็ง โค้ง งุ้มและมีนวลขาวปกคลุม กลีบดอกมี 3 กลีบ โดยมี 1 กลีบยื่นแผ่ออกมาเป็นปากล่าง ขนาดประมาณ 2 ซม. อีก 2 กลีบมีขนาดเล็ก ผลรูปกลมรี สีน้ำตาล ขนาด 0.6-1 ซม.

คุณนายตื่นสาย ดอกมีสีสันสวยงาม ปลูกคลุมดินประดับสวนในพื้นที่ที่ได้รับแสงแดดจัด
คุณนายตื่นสาย เป็นพืชล้มลุก อวบน้ำในวงศ์ผักเบี้ย สามารถสูงได้ถึง 40 ซม.มีประมาณ 40 สายพันธุ์ในการปลูกเลี้ยงในปัจจุบัน มีการกระจายพันธุ์ในโลกเก่าตั้งแต่แอฟริกาเหนือถึงตะวันออกกลางและอนุทวีปอินเดียถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และออสตราเลเซีย
คุณนายตื่นสายเป็นไม้คลุมดิน ลำต้นอวบน้ำสีม่วงแดง แผ่ทอดเลื้อยไปตามผิวดิน ใบเดี่ยว เรียงสลับ ใบรูปไข่กลับแกมรูปรี กว้าง 1-2 เซนติเมตร ยาว 2-3 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ แผ่นใบอวบน้ำ ผิวใบด้านบนสีเขียวอ่อนถึงเขียวเข้ม บางพันธุ์มีขอบใบขลิบสีแดง
ดอกสีขาว ชมพู แดง เหลือง ส้ม ออกเป็นดอกเดี่ยวตามซอกใบหรือปลายกิ่ง กลีบดอกชั้นเดียว บอบบาง ขอบกลีบดอกหยักเป็นคลื่น บานเมื่อได้รับแสงแดดตอนเช้า ดอกบานเต็มที่กว้าง 1-1.5 เซนติเมตร ผลแห้งแตก มีเมล็ดจำนวนมาก

ต้นกก มีลำต้นใต้ดิน เจริญเติบโตเป็นกอ ลำต้นเหนือดินมีลักษณะเป็นก้านแข็งกลม ดอกออกเป็นช่อกลมสีน้ำตาลแดงที่ปลายยอด
เป็นพืชล้มลุกอายุหลายฤดู มีลำต้นใต้ดิน เจริญเติบโตเป็นกอ ลำต้นเหนือดินมีลักษณะเป็นก้านแข็งกลม สูงประมาณ 1.2-2.4 เมตร ใบมีขนาดสั้นแผ่เป็นกาบหุ้มส่วนโคนของลำต้น ดอกออกเป็นช่อกลมสีน้ำตาลแดงที่ปลายยอด มีใบประดับที่ปลายลำต้นเป็นเส้นกลมเล็กยาว 12-24 ซม. ห้อยโน้มลง 50-100 เส้น
กกนั้นมีรูปร่างลักษณะและนิเวศวิทยาเหมือนหญ้ามาก มีลักษณะที่แตกต่างจากหญ้าคือ กกมักมีลำต้นตัน (solid) และเป็นสามเหลี่ยมหรือสามมุม (three-amgled) บางชนิดมีผนังกั้นแบ่งเป็นห้องๆ (septate) มีกาบใบอยู่ชิดกันมาก และที่สำคัญคือเกือบไม่มีลิ้นใบ (ligule) บางชนิดไม่มีเลย ลักษณะสำคัญอีกประการหนึ่งของกกคือ ดอกแต่ละดอกจะมี glume ห่อหุ้มหรือรองรับเพียงอันเดียว กกมีไหล (rhizome) เลื้อยไปใต้ดินและจากไหลก็จะแตกเป็นลำต้นเรียกว่า culm ที่ตัน (solid) โผล่พ้นขึ้นมาเหนือดิน และเมื่อผ่าลำต้นดูตามขวาง (cross-section) จะมีลักษณะเป็นสามเหลี่ยมหรือสามมุมดังได้กล่าวมาแล้ว ลำต้นกกจะไม่แตกกิ่งเหมือนพืชชนิดอื่น ใบของกกเหมือนกับใบของหญ้า แต่จะเรียงตัวอัดกันแน่นเป็นสามมุมหรือสามตำแหน่งรอบโคนต้นและมีกาบ (sheath) ห่อหุ้มลำต้นและไม่มีลิ้นใบ (ligule)

ตีนตุ๊กแก พืชใบเลี้ยงคู่ลำต้นทอดนอนไปตามพื้น ชูยอดและดอกขึ้น ออกดอกตลอดปี เป็นพืชที่ทนแล้งได้ดี
ตีนตุ๊กแก (Coatbuttons, Mexican daisy) เป็นไม้ล้มลุก ออกดอกตลอดปี พบขึ้นทั่วไปเป็นพืชที่ทนแล้งได้ดี มีลำต้นทอดนอนไปตามพื้น ชูยอดและดอกขึ้นตามต้นและใบมีขน ข้อของต้นที่แตะพื้นจะมีรากและเจริญเป็นต้นใหม่ได้

Subpages

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *


*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>